เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ วันที่9มิถุนายน 2489

เมื่อเวลา 09.00นาฬิกาของ วันที่9มิถุนายน 2489 เสียงปืนก็ได้ดังกล้องขึ้นท่ามกลางความเงียบของพระที่นั่งพระบรมพิมานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตบนพระแท่นราชบรรจถรณ์หลังการสวรรคตไม่นานก็ได้มีเสียงตระโกนในโรงภาพยนตร์ขณะไฟฟ้าดับว่า นายปรีดี ฆ่าในหลวง ผู้ส่งเสียงตระโกนถูกจับได้และได้ให้การซัดทอดถึงนายเรียงอัยการและหม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช สส. พรรคประชาธิปัตขณะเดียวกันก็มีข่าวลือแพร่ออกไปในลักษณะนี้ไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งบัตรสนเทโจมตี นายปรีดี ไปยังสถานที่ราชการและบุคคลต่างๆ

รัฐบาล ปรีดี พนมยงค์ เริ่มที่จะเซ็นเซอร์หนังสือพิมพ์และจับกุมผู้ที่ได้เผยแพร่ข่าวด้านลบแต่กลับทำให้ข่าวลือแพร่ระบาดหนักยิ่งขึ้นจนแม้กระทั่งบัดนี้ประชาชนจำนวนหนึ่งยังคงเชื่อว่า นายปรีดี พนมยงค์ อยู่เบี้องหลังโศกนาฏกรรมของชาวไทยในครั้งนั้น

วันที่20สิงหาคม 2489 นายปรีดี พนมยงค์ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยหลวงธํารงนาวาสวัสดิ์ซึ่งได้อยู่กลุ่มสังกัดการเมืองเดียวกันจัดตั้งรัฐบาลขึ้นทดแทนแต่รัฐบาลชุดใหม่นี้ก็มีอายุเพียงแต่3เดือนเท่านั้น

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 ขบวนรถถังและรถลำเรียงพลเข้ากราดยิงทำเนียบท่าช้างบ้านพักของปรีดีและครอบครัวคณะรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 นำโดยพลโทผิน ชุณหะวัณเข้ายึดอำนาจโดยได้มีการคลี่คลายสวรรคตเป็นข้ออ้างสำคัญเป็นประการหนึ่ง พระพินิจชนคดีผู้รับผิดชอบคดีสวรรคต

ซึ่งได้แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารพยายามที่จะโยงเรื่องถึง นายปรีดี โดยอ้างคำให้การของนายตี๋ ศรีสุวรรณ เป็นพยายานปากเอกผู้ที่อ้างว่าพบเห็น นายปรีดี รวมวางแผนปลงพระชนม์หลังจากการสอบสวนที่ได้ดำเนินไปถึง7ปีเดือนตุลาคม 2497 ศาลฎีกาได้ตัดสินประหารชีวิตนายเฉลียว ปทุมรส อดีตคณะสมาชิกราษฎรผู้ที่ได้มีความสำคัญใกล้ชิด นายปรีดี พนมยงค์ รวมทั้ง นายชิต สิงหเสนี และ มหาดเล็กหน้าห้องพระบรรทมพุทธศักราช2505

เมื่อนายสุรัตน์กลับจากประเทศอังกฤษแม้กรณีสวรรคตจะจางหายไปจากความสนใจของสังคมแล้วแต่งานเกียจของเขาหลายชิ้นยังสะท้อนทัศนะว่า นายปรีดี เป็นผู้มีมลทินในกรณีดังกล่าวหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดของ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ในระยะต่อมาคือคำสารภาพผิดของ นายตี๋ ศรีสุวรรณ อดีตพยานปากเอก

นอกจากนี้หนังสือเรื่อง นายปรีดี พนมยงค์  ตามทัศนะ ส. ศิวรักษ์ได้บันทึกเอาไว้ว่าเย็นวันที่11พฤษภาคม 2523สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ได้รับหนังสือเรื่องการตัดสินใหม่เกี่ยวกับกรณีสวรรคตที่ท่านผู้หญิงพูนสุข พนมยงค์ทรงฝากมาให้แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางกลับจากต่างประเทศแต่ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ก็ได้อ่านหนังสือเล่มดังกล่าวจนจบเมื่อเวลาได้เข้าล้วงวันใหม่ไปแล้วหลายชั่วโมงรุ่งขึ้นนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ได้ลงมือเขียนจดหมายขอโทษบุคคล

ซึ่งเขานั้นได้เชื่อว่าเป็นผู้มวงหมองในกรณีสวรรคตมาตลอด30ปี

 

สนับสนุนโดย  dewabet

About Author


admin