เรือรบคอนกรีตและฐานทัพขีปนาวุธที่เอาไว้ใช้ต่อต้านข้าศึก

มิคเคบเซน เซฟการ์ด คอมเพร็กซ์

มิคเคบเซน เซฟการ์ด คอมเพร็กซ์ได้เป็นส่วนหนนึ่งของโครงการขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธของทางการทหารสหรัญที่ตั้งอยู่ในรัฐนอรทดาโคตา แม้สถานที่แห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยได้ใช้งบประมาณกว่าหกพันล้านดอลลาร์แต่มันได้เปิดทำการในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นระหว่างปี1975และปี1976 มันได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธโดยในช่วงที่ได้เปิดทำการได้มีการเก็บมิสไซล์สกัดกั้นกว่า100ลูกในพื้นที่ดังกล่าวขีปนาวุธทั้งหมดได้ถูกเก็บเอาไว้ในหลุมใต้ดิน

ได้มีรายงานว่าอาคารปริศนาที่มีรูปทรงเป็นพีระมิดนั้นสามารถควบคุมเรดาร์เพื่อการติดตาม และสกัดกั้นภัยคุกคามที่จะเข้ามาได้จากการใช้งบประมาณที่สูงแต่กลับเปิดทำการในระยะเวลาสั้นๆจึงทำให้เกิดการเชื่อมโยงของข่าวลือเกี่ยวกับการทดสอบลับหลายอย่างไปจนถึงการเชื่องโยงเกี่ยวกับอิลลูมินาติ ซึ่งก็ได้มีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบเพียงวันเดียวนั่นก็คือในวันที่1ตุลาคม ปี1975 จากนั้นทางสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติให้ปลดประจำการสถานที่นี้ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พวกเขาได้เห็นว่าโครงการนี้ใช้ไม่ได้

ผลสถานที่แห่งนี้ได้ปิดใช้งานอย่างสิ้นเชิงในเดือนกุมภาพันธ์ ปี1976 แต่ทว่ามันไม่ใช่จุดจบของ มิคเคลเซน เซฟการ์ด คอมเพร็คซ์ เนื่องจากได้มีการประมูลซื้อขายในเดือนธันวาคมปี2012โดยมันได้ถูกซื้อไปในมูลค่า530,000เหรียญโดยกลุ่มศาสนาชาติพันธุ์สริงครีคฮัทเทอไรท์ด้านใต้ของอาคารได้กล่าวกันว่ามีอุโมงค์ลับที่มีความยาววเป็นไมล์และห้องโถงร้างที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหรา

ฟอร์ท ดรัม

ในปี1909กองทัพสหรัฐสร้างป้อมปราการบนเกาะ เอล ฟรายเล ในฟิลิปปินส์โดยได้เปลี่ยนจากเกาะธรรมชาติให้กลายมาเป็นเรือรบคอนกรีตที่รู้จักกันในชื่อ ฟอร์ท ดรัม มันได้ถูกตั้งชื่อขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแก่พล จัตวา ริชาร์ด ดรัม ซึ่งเป็นผู้ที่เคยปฎิบัติหน้าที่และมีผลงานที่โดดเด่นในสงครามระหว่านเม็กซิกัน-อเมริกันและสงครามกลางเมืองในอเมริกา โดยการก่อสร้าง เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน1909 เพียงไม่กี่เดือนก่อนที่ ริชาร์ด ดรัม จะเสียชีวิต ซึ่งได้ใช้เวลานานกว่า5ปีในการก่อสร้างเกาะหินถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นป้อมติดอาวุธ

โดยมีการติดตั้งป้อมปืนขนาด360มิลลิเมตรเพื่อป้อมอ่าวมะนิลา มันได้มีความแตกต่างไปจากป้อมปราการอื่นของอเมริกาที่ได้สร้างขึ้นเมื่อในยุคของสงครามกลางเมือง และสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากมันถือว่าเป็นทั้งป้อมปราการทางทะเลและป้อมปืนบนบกที่บริเวณดาดฟ้าของป้อมปราการได้มีการเสริมเหล็กหนากว่าหกเมตรและได้มีผนังที่มีความหนาประมาณ11เมตรจึงสามารถต้านทานการโจมตีทางเรือของข้าศึกได้

 

สนับสนุนโดย  entaplay มือถือ

About Author


admin