ประวัติหลวงปู่โสม

 คุณเคยได้ยินชื่อปู่โสมเฝ้าทรัพย์กันบ้างไหมคะ 

ปู่โสมคือผีชนิดหนึ่งซึ่งพระองค์เจ้าพีระพงศ์ ภานุเดช ท่านเป็นคนเล่าให้ฟังเนื่องจากท่านไปเจอด้วยตัวของท่านเอง  โดยมีประวัติความเป็นมาว่าใต้ผืนดินของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวันนี้ ยังมีทรัพย์สมบัติที่ถูกอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมหาศาลเกินกว่าจะประเมินค่าได้เพราะว่าก่อนที่พระนครศรีอยุธยาจะกรุงแตกชาวพระนครศรีอยุธยาต่างก็มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย

เนื่องจากในสมัยนั้นเป็นช่วงที่สมัยกรุงศรีอยุธยากำลังเจริญรุ่งเรืองสุดขีดเมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกพม่ารอบเมืองเอาไว้และยังไม่รู้ชะตากรรมต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรชาวกรุงศรีอยุธยา ก็ต้องหาทางซ่อนทรัพย์สมบัติอันมีค่าของตัวเองให้รอดพ้นจากศัตรู

โดยชาวกรุงศรีอยุธยา ทำการซ่อนสมบัติด้วยการฝังดินไม่ให้ใครรู้ โดยเฉพาะเชื้อพระวงศ์และคหบดี  ขุนนางต่างก็นำสมบัติมาฝังดินเอาไว้โดยหวังว่าเมื่อสงครามเสร็จแล้วก็จะกลับมาขุดกลับไป แต่สงครามจบลงโดยการแพ้สงครามจากพม่า ซึ่งเจ้าของทรัพย์สมบัติบางคนก็ล้มตาย บางคนก็ถูกจับไปเป็นเชลยที่ประเทศพม่า

ทำให้ไม่มีใครกลับมาเอาสมบัติที่ตัวเองซ่อนไว้ไปใช้ได้ และคนที่ฝังสมบัติเอาไว้บางคนก็ทำลายแทงเอาไว้กันลืมว่าตัวเองฝังสมบัติไว้ที่ไหน และบางคนก็เอาเก็บไว้ให้ลูกหลานของตัวเอง ซึ่งพระองค์เจ้าพีระพงศ์ได้รับลายแทงที่ฝังสมบัติล้ำค่ามาจากพระภิกษุรูปหนึ่ง

โดยท่านบอกว่าท่านเจอลางแทงที่เพดานบนกุฏิของท่าน ท่านจึงนำมาถวายพระองค์เจ้าพีระพงศ์ ซึ่งลายทางเป็นสมุดข่อยมีลักษณะเก่าแก่โบราณ และมีการเขียนสาปแช่งเอาไว้ด้วย และก็มีการเขียนบอกเอาไว้ว่ามีขุมทรัพย์ฝังไว้ที่วัดกุฏีดาว ในลายแทงมีการบอกจุดขุมทรัพย์ไว้16 แห่งและยังบอกด้วยว่ามีสมบัติถูกฝังเอาไว้อีก 303 แห่ง

ซึ่งราคาของขุมทรัพย์ทั้งหมดไม่สามารถประมาณค่าได้เพราะมากมายมหาศาล แล้วพระองค์เจ้าพีระพงศ์หาข้อมูลพบว่าที่หน้าวัดกุฎีดาวซึ่งตรงนั้นเป็นที่ซ่อนสมบัติของพระมเหสีของพระเจ้าอู่ทอง ดังนั้นพระองค์เจ้าพีระพงศ์ได้ขอกับกรมศิลปกร โดยตกลงกันที่ให้กรมศิลป์ 90 % พระองค์เก็บไว้ 10% หลังจากนั้นก็มีการเริ่มทำการขุดหาสมบัติ

แต่ขุดเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ และหลังจากนั้นก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นโดยพระองค์ได้ยินเสียงคนขุดดินมาตลอดแต่เมื่อหาก็ไม่พบเมื่อเล่าให้คนอื่นฟังทุกคนก็ให้พระองค์หยุดค้นเพราะเจ้าของน่าจะมาเตือนไม่ให้ขุดแต่พระองค์ก็ไม่เชื่อต่อมาพระองค์ได้เจอกับชายรูปร่างสูงใหญ่แต่งตัวคล้ายทหารโบราณแต่ไม่มีหัวเดินเข้ามาหาและเดินหายไป

ซึ่งมีคนเตือนท่านแล้วว่าบุคคลนั้นคือปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ซึ่งท่านมาเตือนไม่ให้มาขุดสมบัติ แต่องค์พีระพงศ์ก็ยังไม่เชื่อฟังยังคงขุดต่อไปและคำสาปก็เป็นจริงตามที่มีเขียนไว้ในลายแทงเพราะมีคนทยอยตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพระองค์ทำธุรกิจอะไรก็เจ้ง จนพระองค์พีระพงศ์ต้องสั่งให้หยุดขุดและหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้ามาขุดอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  BK8

About Author


admin