ตํานานผีม้าบ้อง 

       ในสมัยโบราณนั้นในช่วงเวลาค่ำคืนหากใครก็ตามถ้าได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าวิ่งอยู่แล้วเราก็ทุกคนต่างก็จะพากันหวาดกลัวและขวัญผวาขึ้นมาเลยทีเดียวเพราะเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันว่าเสียงของมาวิ่งนั้นไม่ใช่เสียงของม้าจริงๆแต่เป็นเสียงของผีม้าบ้องซึ่งแน่นอนว่าผีมาบอกนั้นก็คือมาชนิดหนึ่งที่มันตายไปแล้วแต่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดกับสร้างความเฮี้ยนให้คนได้หวาดกลัวกันนั่นเอง

สำหรับตำนานผีม้าบ้องนั้นได้มีการเล่ากันว่ามีม้าตัวหนึ่งสมัยที่มันยังตัวเล็กๆเกิดใหม่นั้นเจ้าของได้เลี้ยงม้าเอาไว้อีก 2 ตัวคู่กันเจ้าของไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็มักจะนำมา 2 ตัวนั้นติดตามไปด้วยทุกที่สม่ำเสมอไม่ว่าจะมาหรือคนก็อยู่ด้วยกันตลอดไม่เคยพลัดพรากจากกันเลยแต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งม้า 1 ใน 2 ตัวนั้นเกิดมีอาการไม่สบายเจ็บป่วยเกิดขึ้นมันไม่สามารถที่จะเดินได้จึงไม่สามารถที่จะออกเดินทางไปกับเจ้าของของมันและเพื่อนของมันได้ดังนั้นเจ้าของจึงได้นำมาอีกตัวหนึ่งไปเพียงตัวเดียวเท่านั้นทิ้งมันไว้เพียงลำพังที่บ้าน

ซึ่งด้วยความผูกพันม้าตัวที่ได้รับบาดเจ็บนั้นก็นอนอยู่ที่บ้านเฝ้ารอว่าเพื่อนของมันเมื่อไหร่จะเดินทางกลับมาถึงที่บ้านสักทีแต่อย่างไรก็ตามไม่ว่ามันจะรอแล้วรอเล่ารอกี่วันหรือกี่เดือนเพื่อนของมันนั้นก็ไม่เคยกลับมาหามันเลยจนในที่สุดหมาตัวดังกล่าวนั้นก็ไม่สามารถทนพิษความเจ็บปวดไม่ไหวจากการที่มันเจ็บป่วยนั่นเองทำให้ในที่สุดนั้นมันก็ตายอย่างไร

ก็ตามเมื่อม้าตัวนี้ตายแล้วมันก็ยังมีความผูกพันกับเพื่อนของมันอยู่วิญญาณของมันจึงยังคงอาลัยอาวรณ์เพื่อนและคอยเพื่อนของมันอยู่ซึ่งเวลากลางคืนมันก็จะออกมายืนคอยเพื่อนของมันและเที่ยววิ่งไปทั่วเพื่อตามหาเพื่อนของมันหรือคู่ของมันที่หายไปแล้วยังไม่กลับมาหามันนั่นเองมันมักจะออกวิ่งตามหาเพื่อนของมัน ไปทุกที่ในช่วงเวลา

ซึ่งมันจะออกตามหาคู่ของมันทุกคืนจนเกิดเป็นวิญญาณเฮี้ยนเพราะมันจะวิ่งไปทั่วไม่ว่าจะไปตามหมู่บ้านไหนก็ตามจนเป็นที่เล่าลือของชาวบ้านว่าหมาตัวนี้ได้วิ่งออกตามหาคู่ของมันไปทั่วปัจจุบันนี้ก็ยังมีการเล่าขานกันสืบต่อกันมาเกี่ยวกับเรื่องของตำนานเสียงฝีเท้าม้าในช่วงเวลากลางคืนว่าเสียงฝีเท้าดังกล่าวนั้นก็คือเสียงฝีเท้าของม้าบ้องที่มันกำลังพยายามตามหาคู่ของมันที่หายไปอย่างไม่มีวันกลับมาหามันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay

About Author


admin