ความเป็นมาของหินงอกหินย้อยของถ้ำพุหวาย

เที่ยวชมธรรมชาติกับการสำรวจความงดงามของหินงอกหินย้อยของถ้ำพุหวายสำหรับใครที่รักความเป็นธรรมชาติ ชอบไปเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร บุกป่าฝ่าดงไปหาน้ำตกและถ้ำกลางป่า หรือจะเรียกง่ายง่ายว่าใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบสมบุกสมบัน แนวแอดเวนเจอร์ แล้วละก็วันนี้เรามีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากฝากกันค่ะ สำหรับที่เที่ยวแห่งนี้จะอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี โดยวันนี้เราจะพาไปเที่ยวชมความงามของถ้ำพุหวาย

สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัด สำหรับถ้ำพุหวายนี้อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำเขาวง 

ที่นี่นอกจากเราจะได้ชมความงดงามของหินงอกหินย้อยแล้ว เราจะยังได้ศึกษาการใช้ชีวิตของค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ด้วย โดยมีข้อมูลระบุเอาไว้ว่าที่ถ้ำพุหวายนี้มีค้างคาวที่มาอาศัยอยู่รวมกันถึง 9 ชนิดเลยทีเดียว ซึ่งเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับการเดินทางไปเที่ยวที่ถ้ำพุหวาย จะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานถ้ำเขาวงเป็นผู้พาไป และสิ่งที่ต้องเตรียมไปเที่ยวถ้ำในครั้งนี้คือ ไฟฉายที่สามารรถคาดที่หัวได้ เพราะในถ้ำจะมืด

เราจึงต้องเตรียมไฟฉายไปส่องดูความสวยงามภายในถ้ำ หากลืมเอาไปละก็เหมือนเดินไปฟรีฟรี เพราะเราจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยหากเราไม่มีไฟฉาย การเดินทาง เจ้าหน้าที่อุทยานจะพาขึ้นรถไปก่อนแล้วจะไปจอดรถตรงลานจอดรถตรงตีนเขาขนาดเตี้ยเตี้ย หลังจากลงรถแล้วเราก็เดินขึ้นเนินไปประมาณสัก 200 เมตรก็ถึงทางเข้าปากถ้ำแล้วค่ะ

ซึ่งการมาเที่ยวที่ถ้ำพุหวายแห่งนี้ ไม่เพียงแค่เราจะมาชมความสวยของหินงอกหินย้อยเท่านั้นแต่เรายังจะเข้าไปชมความงามของน้ำตกหินปูน ซึ่งที่หน้าปากถ้ำจะมีการวาดรูปแนะนำเอาไว้ให้ดูด้วย

การเดินเข้าไปในถ้ำพุหวายค่อนข้างสบายโปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึดอัดเพราะภายในถ้ำจะมีโพรงที่ทะลุถึงกันทั้งสองฝั่งทำให้มีลมพัดผ่านเข้ามา และที่สำคัญถ้ำแห่งนี้ไม่มีกลิ่นอับชื้น ภายในถ้ำจะมีหินปุนน้อยใหญ่เต็มไปหมด และยังสลับซับซ้อนไปด้วยภูเขาหินปูน ภายในถ้าจะกว้างขวางทำให้เดินสบายไม่เบียดกันเลย

เมื่อเข้าไปถึงเราก็จะเจอกับพระพุทธรูป  แล้วเดินต่อไปอีกหน่อยก็จะพบหินงอกกินย้อย และหากมองขึ้นไปบนเพดานถ้ำก็จะเจอกับเหล่าค้างคาวทั้ง 9 สายพันธ์ ต่างพากันเกาะอยู่เต็มเพดานถ้ำเต็มไปหมด แล้วก็มาถึงน้ำตกหินปูนที่ขอบอกว่าสวยงามมาก สมกับการเดินทางมาชม 

About Author


admin